ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ไม่ตรวจสอบยิ่งอันตราย !

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ โดยอาศัยอุปกรณ์ตรวจจับประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector), เครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detector), เครื่องแจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Call Point) และอุปกรณ์ตรวจจับชนิดอื่น ๆ
เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับพบความผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณไปยังแผงควบคุม จากนั้นจึงสั่งงานอุปกรณ์แจ้งเตือนทั้งเสียงและแสง เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารสามารถรับรู้สถานการณ์และอพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
การบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (PM Fire Alarm System)
การบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ หรือ Preventive Maintenance (PM) เป็นการตรวจสอบอุปกรณ์ทุกส่วนของระบบให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เนื่องจากอุปกรณ์บางชนิดอาจเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หรือเกิดความเสียหายจากสภาพแวดล้อม หากไม่มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ อาจส่งผลให้ระบบไม่สามารถแจ้งเตือนได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
การตรวจเช็กเป็นประจำช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเพลิงไหม้จริง
ตรวจสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
- ชุดจ่ายไฟ (Power Supply)
ชุดจ่ายไฟเป็นส่วนที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการทำงานของระบบ พร้อมทั้งมีแบตเตอรี่สำรองสำหรับรองรับกรณีไฟฟ้าดับ เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
แรงดันไฟฟ้าเข้าและออก
สภาพแบตเตอรี่สำรอง
ระบบชาร์จแบตเตอรี่
ความพร้อมในการทำงานเมื่อไฟฟ้าหลักขัดข้อง - แผงควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel)
แผงควบคุมถือเป็นศูนย์กลางของระบบ ทำหน้าที่รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับ วิเคราะห์สถานการณ์ และสั่งการอุปกรณ์แจ้งเตือน รวมถึงแสดงสถานะการทำงานของระบบ
สัญญาณที่ควรตรวจสอบบนแผงควบคุม ได้แก่
Fire Lamp : แสดงเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
Main Sound Buzzer : สัญญาณเสียงแจ้งเหตุ
Zone Lamp : แสดงตำแหน่งหรือโซนที่เกิดเหตุ
Trouble Lamp : แจ้งความผิดปกติของระบบ เช่น สายขาด แบตเตอรี่ต่ำ หรือไฟฟ้าขัดข้อง
Control Switch : ใช้สำหรับทดสอบระบบ ปิดเสียง รีเซ็ตระบบ และตรวจสอบแบตเตอรี่ - อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ (Initiating Devices)
อุปกรณ์เริ่มสัญญาณเป็นตัวตรวจจับเหตุเพลิงไหม้และส่งข้อมูลไปยังแผงควบคุม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Call Point)
ใช้สำหรับกดแจ้งเหตุเมื่อผู้พบเห็นเหตุเพลิงไหม้เป็นคนแรก
อุปกรณ์ตรวจจับอัตโนมัติ
ประกอบด้วย
เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector)
เครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detector)
เครื่องตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector)
เครื่องตรวจจับก๊าซ (Gas Detector)
ควรตรวจสอบความสะอาด ความไวในการตรวจจับ และทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ทุกตัวตามระยะเวลาที่กำหนด - อุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยเสียงและแสง (Audible & Visual Alarm Devices)
เมื่อระบบตรวจพบเหตุเพลิงไหม้ แผงควบคุมจะสั่งให้อุปกรณ์แจ้งเตือนทำงาน เพื่อแจ้งให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารรับทราบและอพยพออกจากพื้นที่
อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบ เช่น
กระดิ่งแจ้งเหตุ (Fire Bell)
ไซเรน (Siren)
ไฟกระพริบ (Strobe Light)
ลำโพงประกาศแจ้งเหตุ
ควรทดสอบระดับเสียง ความดัง และการมองเห็นของสัญญาณไฟให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ - อุปกรณ์เชื่อมโยงระบบ (Auxiliary Devices)
อุปกรณ์ส่วนนี้ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้กับระบบอื่นภายในอาคาร เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ เช่น
สั่งให้ลิฟต์กลับสู่ชั้นล่าง
ปิดระบบปรับอากาศ
เปิดระบบระบายควัน
ปลดล็อกประตูหนีไฟ
ปิดประตูกันควัน
ควบคุมระบบประกาศเสียงตามสาย
สั่งงานระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
นอกจากนี้ยังสามารถรับสัญญาณจากระบบอื่น เช่น ระบบสปริงเกลอร์ ปั๊มดับเพลิง หรือระบบดับเพลิงด้วยสารสะอาด เพื่อให้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์
ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอาคาร โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล และสถานประกอบการทุกประเภท การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ตู้ควบคุมระบบเเจ้งเหตุเพลิงไหม้ แต่ยังช่วยให้ระบบพร้อมทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การตรวจเช็กระบบ Fire Alarm System ตามแผน PM อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Content by Suraiseo

