แชร์

มาตรฐานระบบป้องกันฟ้าผ่าในไทย: วสท., มอก. 62305 และ NFC 17-102

อัพเดทล่าสุด: 27 ต.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม
มาตรฐานระบบป้องกันฟ้าผ่า
สรุปสั้น

ระบบป้องกันฟ้าผ่าในไทยอ้างอิงเอกสาร 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นกฎหมาย คือกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ข้อ 13 ซึ่งบังคับอาคารสูงตั้งแต่ 23 ม. ขึ้นไป ชั้นที่สองเป็นมาตรฐานออกแบบ คือ วสท. 022014-22 และ มอก. 62305 ที่อิง IEC 62305 ชั้นที่สามใช้กับหัวล่อฟ้า ESE โดยเฉพาะ คือ NF C 17-102:2011 ของฝรั่งเศส มาตรฐานนี้กำหนดให้คำนวณรัศมีด้วย ΔT ไม่เกิน 60 µs และให้ค่ากราวด์ต่ำกว่า 10 โอห์ม

คำถามที่เราได้บ่อยที่สุดตอนผู้รับเหมาส่งแบบมาขอราคาหัวล่อฟ้า คือ "แบบนี้อ้างมาตรฐานอะไร แล้วหัวรุ่นนี้ใช้ได้ไหม" คำตอบขึ้นกับว่าแบบเขียนไว้ว่าอะไร เพราะมาตรฐานแต่ละฉบับคิดคนละวิธี ตัวเลขรัศมีที่โฆษณากันก็ไม่ได้มาจากเกณฑ์เดียวกันเสมอไป

บทความนี้รวมตัวเลขที่เราเปิดอ่านจากต้นฉบับแล้ว พร้อมเลขข้อ ไว้ให้ผู้รับเหมาใช้เลือกอุปกรณ์ และให้เจ้าของอาคารใช้เช็กเอกสารตอนตรวจรับงาน

ระบบป้องกันฟ้าผ่าในไทยใช้มาตรฐานอะไรบ้าง

ใช้ 5 ฉบับนี้เป็นหลัก กฎกระทรวงบอกว่าอาคารไหนต้องมี วสท. กับ มอก. บอกวิธีออกแบบระบบทั้งหมด ส่วน NF C 17-102 ใช้เฉพาะงานที่ใช้หัว ESE ก่อนสั่งอุปกรณ์ให้เปิดแบบดูก่อนว่าอ้างฉบับไหน

มาตรฐาน ผู้ออก ฉบับที่ใช้อยู่ ครอบคลุมอะไร ใช้กับระบบแบบไหน
กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ข้อ 13 กระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 อาคารสูงต้องมีระบบป้องกันฟ้าผ่า พร้อมขนาดและระยะสายนำลงดินขั้นต่ำ ทุกแบบ (เป็นกฎหมาย)
มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า วสท. 022014-22 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 การออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับสิ่งปลูกสร้าง ฉบับก่อน (พ.ศ. 2553) เรียบเรียงจาก IEC 62305
มอก. 62305 เล่ม 4-2567 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีผล 21 พ.ย. 2568 แทน มอก. 1586 เล่ม 4-2557 ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ภายในสิ่งปลูกสร้าง อิง IEC 62305
IEC 62305 ภาค 14 International Electrotechnical Commission ภาค 1 ฉบับ 2024 หลักการ ประเมินความเสี่ยง ระบบภายนอก และระบบไฟฟ้าภายใน ทรงกลมกลิ้ง มุมป้องกัน ตาข่าย
NF C 17-102 AFNOR ฝรั่งเศส กันยายน 2011 การทดสอบหัว ESE การคำนวณรัศมี การติดตั้งและตรวจบำรุง หัวล่อฟ้า ESE เท่านั้น

ที่มา: กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (สมาคมสถาปนิกสยามฯ) · รายชื่อมาตรฐาน วสท. (วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 2) · ประกาศ สมอ. · IEC 62305-1:2024 · ABB Product News ระบบป้องกันฟ้าผ่า ตอนที่ 1

สองเรื่องที่คนสับสนบ่อย:

  • มอก. เปลี่ยนเลขแล้ว เล่ม 4 จาก มอก. 1586 เป็น มอก. 62305 แบบที่เขียนก่อนปี 2568 ยังอ้างเลขเก่าได้ ส่วนเล่ม 13 ให้เช็กสถานะกับ สมอ. ก่อนอ้างในเอกสารส่งมอบงาน
  • วสท. 022014-22 เป็นหนังสือที่ต้องซื้อ จาก วสท. ราคา 260 บาทสำหรับสมาชิก และ 350 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป (ISBN 978-616-396-078-8) งานที่ต้องอ้างเลขข้อในเอกสารส่งมอบงานควรมีเล่มจริงติดสำนักงาน

กฎหมายบังคับให้อาคารแบบไหนต้องมีระบบป้องกันฟ้าผ่า

กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ข้อ 13 บังคับให้ อาคารสูง ต้องมีระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ซึ่งข้อ 1 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกันนิยามว่าคืออาคารที่คนเข้าไปใช้สอยได้ สูงตั้งแต่ 23 ม. ขึ้นไป วัดจากพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า (กฎกระทรวง ฉบับที่ 33)

ข้อกำหนดในข้อ 13 มี 5 เรื่อง:

  1. ส่วนประกอบ เสาล่อฟ้า สายล่อฟ้า สายตัวนำ สายนำลงดิน และหลักสายดิน ต่อเชื่อมกันเป็นระบบเดียว
  2. ขนาดสายนำลงดิน พื้นที่หน้าตัดเทียบได้ไม่น้อยกว่าสายทองแดงตีเกลียว 30 ตร.มม.
  3. แยกจากสายดินอื่น สายนำลงดินของระบบล่อฟ้าต้องเป็นระบบอิสระจากระบบสายดินอื่น
  4. ระยะและจำนวน มีสายตัวนำรอบอาคาร และสายนำลงดินห่างกันไม่เกิน 30 ม. วัดตามแนวขอบอาคาร อาคารหนึ่งหลังต้องมีสายนำลงดินอย่างน้อย 2 เส้น
  5. ใช้เหล็กโครงสร้างแทนได้ เหล็กเสริมหรือเหล็กรูปพรรณใช้เป็นสายนำลงดินได้ ถ้าถ่ายประจุลงหลักสายดินได้ถูกต้องตามหลักวิชาการช่าง

ข้อเดียวกันนี้เขียนว่าระบบต้องเป็นไปตาม "มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าของสำนักงานพลังงานแห่งชาติ" ซึ่งไม่ได้ระบุเลขมาตรฐาน ในงานจริงตัวเลขออกแบบจึงมาจากมาตรฐานที่วิศวกรระบุไว้ในแบบ ส่วนอาคารที่เตี้ยกว่า 23 ม. เช่น โกดัง โรงงาน หรือบ้าน กฎกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้บังคับ การตัดสินใจมาจากการประเมินความเสี่ยงของผู้ออกแบบ หรือเงื่อนไขของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับอาคารนั้น

ข้อนี้จำไว้ใช้ตอนตรวจรับงานได้เลย: นับสายนำลงดินไม่ถึง 2 เส้น หรือเห็นสายล่อฟ้าไปจบที่หลักดินตัวเดียวกับสายดินตู้ไฟ คือผิดกฎกระทรวงสำหรับอาคารสูงตั้งแต่ต้น

หัวล่อฟ้า ESE ใช้มาตรฐานไหน คำนวณรัศมียังไง

หัว ESE ทดสอบและคำนวณรัศมีตาม NF C 17-102 ฉบับกันยายน 2011 รัศมีขึ้นกับ 3 ค่า คือ ΔT ของหัว ระดับการป้องกัน I ถึง IV และความสูงของยอดหัวเหนือพื้นที่ที่ป้องกัน ข้อ 5.2.2 กำหนดว่า ΔT ที่ใช้คำนวณสูงสุด 60 µs ไม่ว่าผลทดสอบจะออกมาเท่าไหร่ (NF C 17-102:2011)

ตัวเลขนี้สำคัญที่สุดในบทความ หัวหลายยี่ห้อแจ้ง ΔT เกิน 60 µs รวมถึง EKAT E-200 ที่เราขายซึ่งแจ้ง 110 µs ผลทดสอบนั้นบอกคุณภาพของหัว แต่ตอนออกแบบตาม NF C 17-102:2011 ต้องใช้ 60 µs ทุกยี่ห้อ ตารางรัศมีที่คำนวณจาก ΔT เกิน 60 µs จึงใช้ออกแบบตามมาตรฐานนี้ไม่ได้

ตารางนี้เราคำนวณจากสูตรในข้อ 5.2.3.2 ที่ ΔT = 60 µs ค่า r ตามระดับการป้องกันคือ 20, 30, 45 และ 60 ม. ส่วนความสูงต่ำกว่า 5 ม. ใช้สูตรเทียบสัดส่วนตามมาตรฐาน:

ความสูงยอดหัวเหนือพื้นที่ป้องกัน (h) ระดับ I ระดับ II ระดับ III ระดับ IV
2 ม. 31 ม. 35 ม. 39 ม. 43 ม.
4 ม. 63 ม. 69 ม. 78 ม. 85 ม.
5 ม. 79 ม. 87 ม. 97 ม. 107 ม.
10 ม. 79 ม. 88 ม. 99 ม. 109 ม.
20 ม. 80 ม. 89 ม. 102 ม. 113 ม.

ดูจากตารางจะเห็นสองเรื่อง หนึ่ง ยกหัวสูงเกิน 5 ม. รัศมีเพิ่มน้อยมาก เสาสูง 20 ม. ได้รัศมีเพิ่มจาก 5 ม. ไม่ถึง 10% สอง รัศมีสูงสุดที่สูตรนี้ให้ได้คือ 120 ม. (ระดับ IV ยอดหัวสูง 60 ม.) ตัวเลขที่เกินนี้ในโฆษณาหัวล่อฟ้าจึงไม่ได้คำนวณตาม NF C 17-102:2011

ข้อกำหนดอื่นของ NF C 17-102:2011 ที่ผู้รับเหมาควรรู้:

  • ระดับการป้องกัน มาจากการประเมินความเสี่ยงตาม EN 62305-2 (nVent ERICO) ไม่ใช่เลือกตามใจ
  • ยอดหัวต้องสูงกว่าพื้นที่ที่ป้องกันอย่างน้อย 2 ม. (ข้อ 5.2.5)
  • หัว ESE หนึ่งตัวต้องมีสายนำลงดินอย่างน้อย 2 เส้น สำหรับระบบที่ไม่แยกจากตัวอาคาร (ข้อ 5.3.2) สอดคล้องกับกฎกระทรวงที่ให้อาคารสูงมีอย่างน้อย 2 เส้น
  • ทุกสายนำลงดินต้องมีจุดตรวจวัด (Test Joint) ที่ถอดแยกสายจากกราวด์ได้ (ข้อ 5.3.7)

ส่วนมาตรฐานตระกูล IEC 62305 วางตำแหน่งตัวรับฟ้าด้วยทรงกลมกลิ้ง มุมป้องกัน หรือตาข่าย รัศมีทรงกลม 20, 30, 45 และ 60 ม. ตามคลาส I ถึง IV ตาข่าย 5×5 ถึง 20×20 ม. (DEHN Lightning Protection Guide) ไม่มีสูตรรัศมีจาก ΔT แบบที่เจอในงานหัวล่อฟ้า ESE ถ้าแบบอ้าง วสท. หรือ มอก. แต่ระบุหัว ESE ให้ถามผู้ออกแบบว่าใช้เกณฑ์ไหนกำหนดรัศมี ก่อนสั่งหัว

ค่ากราวด์ล่อฟ้าต้องได้กี่โอห์ม

ตาม NF C 17-102:2011 ข้อ 6.1 ค่าความต้านทานกราวด์ของสายนำลงดินแต่ละเส้นควรต่ำกว่า 10 โอห์ม วัดตอนถอดแยกจากส่วนอื่นที่ Test Joint และสายนำลงดินแต่ละเส้นต้องมีกราวด์ของตัวเอง ที่มีหลักดินอย่างน้อย 2 ต้น (NF C 17-102:2011)

ถ้าดินแห้งหรือเป็นหินจนทำ 10 โอห์มไม่ได้ มาตรฐานไม่ให้ปล่อยผ่าน ข้อ 6.3 กำหนดให้ฝังตัวนำรวมไม่น้อยกว่า 160 ม. สำหรับระดับ I และ 100 ม. สำหรับระดับ II ถึง IV ตอนตรวจรับงานจึงควรได้อย่างใดอย่างหนึ่ง: ผลวัดต่ำกว่า 10 โอห์มทุกจุด หรือแบบแสดงความยาวตัวนำที่ฝังเพิ่ม

คำถามที่เจอบ่อยคือ "วสท. กำหนดกี่โอห์ม" เราไม่ใส่ตัวเลขของ วสท. 022014-22 ในบทความนี้ เพราะยังไม่ได้เทียบกับเล่มจริง ตัวเลขที่บอกต่อกันมาโดยไม่มีเลขข้อกำกับ ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์รับงาน ให้ใช้ค่าที่ผู้ออกแบบเขียนไว้ในแบบพร้อมเลขข้ออ้างอิง

ตัวนับฟ้าผ่าติดตรงไหน

NF C 17-102:2011 ไม่บังคับให้มีตัวนับฟ้าผ่า แต่ถ้าติด ให้ติดที่สายนำลงดินเส้นที่ตรงที่สุด (ข้อ 5.3.8) และมาตรฐานแนะนำให้ติดในพื้นที่เก็บวัสดุไวไฟหรือวัตถุระเบิด (ข้อ 7.2)

ประโยชน์จริงคือใช้ตัดสินใจว่าต้องตรวจระบบเมื่อไหร่ ตัวเลขเพิ่มขึ้นหลังพายุ แปลว่ามีกระแสฟ้าผ่าไหลผ่านสายจริง ควรเช็กหัว จุดต่อ และค่ากราวด์ก่อนรอบตรวจปกติ ตัวนับฟ้าผ่า EKAT เป็นตัวนับกลไก 6 หลัก ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือไฟเลี้ยง ระดับ IP65 ติดในแนวสายนำลงดินด้วยหูยึด 2 ข้าง

ต้องตรวจระบบล่อฟ้าบ่อยแค่ไหน และต้องขอเอกสารอะไร

รอบตรวจขึ้นกับระดับการป้องกัน ตารางที่ 7 ของ NF C 17-102:2011 และตาราง E.2 ของ EN 62305-3 ให้ตัวเลขเดียวกัน งานหัว ESE กับงานแบบแฟรงคลินจึงใช้รอบตรวจเดียวกันได้:

ระดับการป้องกัน ตรวจด้วยตา ตรวจเต็มระบบ ระบบที่เสียหายไม่ได้
I และ II ทุก 1 ปี ทุก 2 ปี ตรวจเต็มทุก 1 ปี
III และ IV ทุก 2 ปี ทุก 4 ปี ตรวจเต็มทุก 1 ปี

อาคารที่มีความเสี่ยงระเบิด ให้ตรวจด้วยตาทุก 6 เดือน (NF C 17-102:2011 · EN 62305-3 ตามแบบฟอร์มของ DEHN) หน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดรอบเองได้ ตารางนี้คือค่าตั้งต้นเมื่อไม่มีข้อกำหนดอื่น

เอกสารที่ควรขอจากผู้รับเหมาตอนส่งมอบงาน

เจ้าของอาคารหรือฝ่ายซ่อมบำรุงใช้เช็กลิสต์นี้ได้เลย ทุกข้อผูกกับเลขข้อในมาตรฐานหรือกฎหมายที่พูดถึงข้างบน:

  • แบบระบบที่ระบุมาตรฐานและระดับการป้องกัน พร้อมผลประเมินความเสี่ยงที่ใช้เลือกระดับ
  • รายการคำนวณรัศมี ที่ใช้ ΔT ไม่เกิน 60 µs และความสูงยอดหัวจริง
  • Test Report ของหัว ESE ตาม NF C 17-102 ภาคผนวก C ที่มีชื่อแล็บ เลขรายงาน และวันที่ ไม่ใช่แค่โบรชัวร์
  • ผลวัดค่ากราวด์ทุก Test Joint ระบุวันที่วัด เครื่องมือที่ใช้ และค่าแยกทีละเส้น
  • จำนวนและตำแหน่งสายนำลงดิน อย่างน้อย 2 เส้น และห่างกันไม่เกิน 30 ม. สำหรับอาคารสูง
  • รูปถ่ายหน้างาน ยอดหัวสูงเหนือสิ่งที่ป้องกันอย่างน้อย 2 ม. จุดต่อ และบ่อตรวจกราวด์
  • Datasheet และใบรับรองของอุปกรณ์ทุกชิ้น ที่ตรงรุ่นกับของที่ติดจริง

ข้อที่สามควรดูละเอียดที่สุด เอกสารที่มีแค่คำว่า "ผ่านมาตรฐาน NFC 17-102" แต่ไม่มีเลขรายงาน ตรวจสอบกลับไม่ได้ หัว EKAT E-200 ที่เรานำเข้า ทดสอบตาม NF C 17-102 ภาคผนวก C โดย EUROLAB Laboratory และ HIZAL Test Laboratory ตามที่ระบุในหน้าสินค้า ผู้รับเหมาขอสำเนาเอกสารประกอบการส่งมอบงานได้พร้อมใบเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อย

หัวล่อฟ้า ESE ผ่านมาตรฐาน วสท. ไหม

หัว ESE ทดสอบตาม NF C 17-102 ของฝรั่งเศสครับ ส่วนมาตรฐาน วสท. ฉบับก่อนเรียบเรียงจาก IEC 62305 ซึ่งวางตัวรับฟ้าด้วยทรงกลมกลิ้ง มุมป้องกัน หรือตาข่าย ไม่มีสูตรรัศมีจาก ΔT ถ้าแบบอ้าง วสท. ให้ถามผู้ออกแบบก่อนว่ารับหัว ESE ไหม และใช้เกณฑ์ไหนกำหนดตำแหน่ง แล้วค่อยสั่งอุปกรณ์ครับ

อาคารแบบไหนต้องมีระบบป้องกันฟ้าผ่าตามกฎหมาย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ข้อ 13 บังคับอาคารสูง คืออาคารที่คนใช้สอยได้และสูงตั้งแต่ 23 ม. ขึ้นไปครับ อาคารที่เตี้ยกว่านั้น เช่น โกดังหรือโรงงานชั้นเดียว กฎกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้บังคับ การติดหรือไม่ติดขึ้นกับผลประเมินความเสี่ยงของผู้ออกแบบครับ

ค่ากราวด์ล่อฟ้าต้องไม่เกินกี่โอห์ม

งานหัว ESE ตาม NF C 17-102:2011 ข้อ 6.1 ให้ต่ำกว่า 10 โอห์มต่อสายนำลงดินหนึ่งเส้น วัดตอนถอดแยกที่ Test Joint ครับ ถ้าทำไม่ได้ต้องฝังตัวนำรวม 160 ม. สำหรับระดับ I หรือ 100 ม. สำหรับระดับ II ถึง IV งานที่อ้างมาตรฐานอื่นให้ใช้ค่าที่เขียนในแบบครับ

ต้องตรวจระบบล่อฟ้าบ่อยแค่ไหน

ระดับ I และ II ตรวจด้วยตาทุกปี ตรวจเต็มทุก 2 ปี ระดับ III และ IV ตรวจด้วยตาทุก 2 ปี ตรวจเต็มทุก 4 ปีครับ อาคารที่มีความเสี่ยงระเบิดตรวจด้วยตาทุก 6 เดือน และควรตรวจเพิ่มหลังตัวนับฟ้าผ่าเดิน ตัวเลขมาจากตารางที่ 7 ของ NF C 17-102:2011 ครับ

หัวที่แจ้ง ΔT สูงกว่า ได้รัศมีมากกว่าไหม

ในการออกแบบตาม NF C 17-102:2011 ไม่ได้ครับ ข้อ 5.2.2 จำกัด ΔT ที่ใช้คำนวณไว้ที่ 60 µs หัวที่ทดสอบได้ 110 µs กับหัวที่ทดสอบได้ 60 µs จึงได้รัศมีออกแบบเท่ากัน เช่น 79 ม. ที่ระดับ I ยอดหัวสูง 5 ม. เวลาเทียบยี่ห้อให้ดูเอกสารผลทดสอบ วัสดุ ราคา และของในสต็อกแทนครับ

สั่งหัวล่อฟ้าและตัวนับพร้อมเอกสารผลทดสอบ

เราขายอุปกรณ์อย่างเดียว ไม่รับติดตั้ง ถ้าคุณเป็นเจ้าของอาคาร ให้ผู้รับเหมาของคุณสั่งหัวล่อฟ้าและตัวนับกับเรา พร้อมเอกสารผลทดสอบไว้ใช้ตอนส่งมอบงาน

ผู้รับเหมาส่งข้อมูลนี้ทาง LINE แล้วเราเช็กสต็อกและเสนอราคาให้:

  1. ระดับการป้องกันและมาตรฐานที่แบบระบุ
  2. จำนวนหัว ความสูงเสา และจำนวนตัวนับฟ้าผ่า หรือแนบ BOQ มาทั้งไฟล์
  3. เอกสารที่ต้องใช้ส่งมอบงาน เช่น Test Report, Datasheet, ใบรับรอง

ดูหัวล่อฟ้าทุกรุ่นได้ที่ หน้าระบบป้องกันฟ้าผ่า หรือทัก LINE @dp2013 โทร 02-444-9827, 02-444-9828, 089-495-6927 (จันทร์เสาร์ 08:3017:30)

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง


บทความที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า,สายล่อฟ้า
หัวล่อฟ้า (Lightning Rod / Air Terminal) เป็นอุปกรณ์สำคัญของ ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection System) มีหน้าที่ช่วยกำหนดจุดรับกระแสฟ้าผ่าและนำกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าลงสู่ระบบสายตัวนำ
6 ก.ย. 2026
อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า,สายล่อฟ้า
ระบบสายล่อฟ้ามีกี่แบบ? ทำความรู้จัก Franklin Rod, Faraday Cage, สายตัวนำลงดิน และระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับบ้าน อาคาร และโรงงาน
19 ก.ย. 2026
หัวล่อฟ้า ESE ยี่ห้อไหนดี
เลือกหัวล่อฟ้า ESE จากค่า ΔT ผลทดสอบตาม NFC 17-102 รัศมีป้องกัน และเอกสาร เทียบ EKAT E-200, Bakiral, Liva, Prevectron, Kumwell แบบตัวเลข
27 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy